Archive for เมษายน 12th, 2008

“เธอเก่งภาษาอังกฤษ และ เอนฯติดจุฬา”

ปรุงเมื่อ 12 / 04 / 08

1.
ผมเคยนึกอิจฉาเพื่อนที่เก่งภาษาอังกฤษ เพราะผมรู้ว่าตอนนี้ภาษาอังกฤษมีความสำคัญแค่ไหน ใครพูดได้ถือว่าได้เปรียบ อีกอย่างผมรู้สึกว่าคนที่พูดภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่วราวกับว่ามีเส้นผมบนหัวและขนจั๊กกะแล้เป็นสีทองนี่ช่างเท่ห์เสียยิ่งกะไร ถ้าผมพูดได้ขนาดนั้นผมคง ‘ภูมิใจ’

2.
ความฝันอย่างหนึ่งของผมคือการเอนทรานซ์ติดจุฬา และมันเป็นหนึ่งในความฝันที่ไม่สามารถเป็นจริงได้อีกแล้ว มีคนบอกว่าความฝันกับความจริงต่างกันแค่ ‘ทำ’ แต่ผมขอเติมไปว่า ความฝันกับความจริงต่างกันแค่ทำ “ในขณะที่ยังมีโอกาส”

ถึงแม้ว่าผมเอนทรานซ์ไม่ติดจุฬาฯผมก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรมากนัก แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะไม่รู้สึกอะไรเลยเพราะภาพของพี่ชายผมในชุดครุยสีขาวกับภาพของญาติพี่น้องสีหน้ายิ้มแย้ม ถึงแม้ปากของพวกเขาจะไม่ได้พูดอะไรแต่ผมดูออกว่าพวกเขา ‘ภูมิใจ’

3.
วันนี้ผมมีโอกาสได้ใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดิน ถึงแม้ว่าวันนี้เป็นวันหยุดแต่คนไม่มากมายอย่างที่คิด ผมได้นั่งที่โปรดนั่นคือตรงที่มีกระจกให้พิง ผมจัดการหยิบหนังสือที่เพิ่งจะถอยมาจากงานสัปดาห์หนังสือออกมาอ่าน ในขณะกำลังอ่านอย่างขมักเขม้น ก็เหลือบไปเห็นหญิงสาวที่นั่งฝั่งตรงกันข้าม ชุดที่เธอใส่บอกผมว่าเธอเรียนอยู่จุฬาฯ และหนังสือที่เธอกำลังอ่านอยู่บอกผมว่าเธอคงเก่งอังกฤษ เพราะในมือเธอถือวรรณกรรมที่มีแต่ภาษาอังกฤษทั้งหน้าและทุกหน้า ถ้าเธอไม่ได้ใส่คอนแท็คเลนส์ที่เป็นดิกชันนารีผมจะขอสรุปว่า “เธอเก่งภาษาอังกฤษ และ เอนฯติดจุฬา”

ในขณะที่ผมอ่านหนังสืออยู่เพลินๆ รถไฟฟ้าเคลื่อนตัวมาถึงยังสถานีหนึ่ง ผมไม่รู้ว่าสถานีไหนเพราะคนในสถานีนี้เยอะจนสายตาไม่อาจแหวกไปมองป้ายได้ มีแม่ลูกคู่หนึ่งก้าวเข้ามาในขบวนรถ ไม่มีใครลุกให้เด็กนั่ง รวมไปถึงเธอที่เก่งภาษาอังกฤษ และ เอนฯติดจุฬา ผมตัดสินใจลุกให้แม่ลูกคู่นั้นนั่งในขบวนรถที่เบียดเสียด

เหตุการณ์วันนี้ผมไม่ได้ต้องการบอกว่าผมเป็นคนดี เพียงแต่ผมคิดว่าแม้ผมจะไม่เก่งภาษาอังกฤษและเอนฯไม่ติดจุฬาฯแต่บางครั้งความภูมิใจมันก็เกิดขึ้นง่ายๆ

ในวินาทีที่ได้ยินคำว่า ‘ขอบคุณ’