Archive for พฤษภาคม, 2008

ปาฏิหาริย์

ปรุงเมื่อ 23 / 05 / 08

1.
“จอห์น เทอร์รี่” กัปตันทีมเชลซีกำลังจะยิงจุดโทษ ถ้าเขายิงเข้าเชลซีคว้าแชมป์สโมสรยุโรปทันที แฟนๆปีศาจแดงหลายคนแทบไม่อยากดูและคิดว่า “แมนฯ ยูไนเต็ด” แพ้แน่

2.
ในชีวิตของคนทุกคนจะต้องเจอกับช่วงเวลาอันยากลำบาก หลายๆครั้งเรายังนึกภาพไม่ออกว่าเราจะผ่านมันไปได้อย่างไร แต่ผมเชื่อว่าสิ่งสำคัญที่เราไม่ควรจะละทิ้งก็คือ “ความหวัง”

หลายคนพากัน “หมดหวัง” เพราะ “ผิดหวัง” แต่ผมเชื่ออยู่อย่างว่าตราบใดที่เรายังไม่หมดหวังและพยายามต่อไป จะมีใครบางคนที่อยู่ข้างบนมอบบางสิ่งให้กับเรา สิ่งที่เรียกว่า “ปาฏิหาริย์”

มีเรื่องราวของเด็กชายคนหนึ่งมาเล่าให้ฟัง แม่ของเขาเป็นมะเร็งปากมดลูกขั้นสุดท้าย หมอเรียกเขาไปพบพร้อมกับบอกว่าแม่ของเขาคงอยู่ได้อีกไม่กี่วัน คำวินิจฉัยของหมอไม่ใช่การคาดเดาแต่อย่างใด มันเป็นสิ่งที่เห็นๆกันอยู่ เพราะอาการของแม่ของเขาทรุดมากในวันนี้

เขาได้แต่ทำใจแม้มันจะเป็นสิ่งที่ยากที่สุดก็ตาม ญาติๆทุกคนมารวมตัวกันที่โรงพยาบาล หวังที่จะมาอยู่กับเขาในวินาทีสุดท้ายของแม่ ทุกคนเห็นสภาพก็ได้แต่ทำใจ อย่าว่าแต่พูดเลย แม้แต่หายใจก็ยังต้องใช้เครื่องช่วย แต่จนแล้วจนรอดแม่เขาก็ยังไม่ยอมหยุดหายใจเสียที จนผ่านคืน ผ่านวัน แล้วสิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น แม่ของเขามีสีหน้าดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สามารถหายใจได้เอง หลังจากนั้นก็สามารถพูดได้ ญาติๆทุกคนถึงกับประหลาดใจ

และสุดท้ายเด็กคนนั้นก็พาแม่กลับไปอยู่บ้าน ได้ไปกินของอร่อยกับแม่ ได้ไปเที่ยวกับแม่ และแม่ก็อยู่กับเขาได้อีกปีกว่า

ไม่ได้บอกให้ใครไปเพ้อฝันรอ”ปาฏิหาริย์” แต่ถ้าเรายังคงพยายามสู้ต่อไปและไม่หมดหวัง ผมเชื่อว่ามันมีจริง

1.
เทอร์รี่ วิ่งเข้าหาบอลอย่างมั่นใจ บอลออกจากเท้าพุ่งไปทางขวามือของประตู ในขณะที่ผู้รักษาประตูพุ่งไปทางซ้าย

แต่ใครจะเชื่อครับว่าบอลหลุดกรอบ

ฉบับแรกในวันสุดท้าย

ปรุงเมื่อ 09 / 05 / 08

เมื่อสัปดาห์ก่อนผมมีโอกาสได้ไปร่วมงานอำลา 133 ปีโทรเลขไทย ที่ไปรษณีย์กลาง บางรัก บรรยากาศภายในเต็มไปด้วยผู้คนที่พากันมาส่ง ‘โทรเลข’ ซึ่งผมก็มีจุดหมายไม่ต่างกัน ผมมาส่งโทรเลขฉบับแรกของชีวิต ในวันสุดท้ายของโทรเลข และผมก็เชื่อว่าเป็นฉบับแรกๆของหลายๆคนที่มาในวันนั้น

“ถ้ามีคนมาส่งโทรเลขจำนวนมากขนาดนี้ทุกวันเราคงไม่ต้องปิดโทรเลข” เสียงจากบนเวทีเสวนาดังขึ้นขณะผมกำลังต่อแถวเพื่อส่งโทรเลข จริงอย่างที่เขาพูด ถ้ามีคนมาส่งจำนวนมากขนาดนี้โทรเลขคงไม่ต้องปิดตัวลง ดีไม่ดีอาจจะต้องมีการขยายสาขาออกไป หรืออาจจะต้องเปิดให้มีการส่งโทรเลขได้ที่เซเว่น อีเลฟเว่นทุกสาขาก็ได้ เพราะมีคนมาส่งโทรเลขกันเยอะจริงๆ

บรรยากาศแบบนี้คงไม่เกิดขึ้น ถ้าวันนี้ไม่ใช่วันสุดท้ายของโทรเลข

คนที่มาส่งก็มีทุกเพศทุกวัย บางคนส่งให้พ่อแม่ บางคนส่งให้เพื่อน บางคนส่งให้คนรัก และบางคนส่งให้ตัวเอง แต่ที่ผมชอบและประทับใจคือพ่อแม่ที่มาส่งโทรเลขอวยพรลูกๆ ผมว่าเป็นอะไรที่ดูอบอุ่นมากๆ ข้อความที่ตวัดลงบนโทรเลขนั้นเต็มไปด้วยความจริงใจและใสซื่อบวกกับเสน่ห์ของโทรเลขที่ต้องประหยัดคำ  “โชคดี มีงานทำ” ยังเป็นประโยคที่ผมยังแอบอมยิ้มทุกครั้งที่คิดถึง

ผมได้ยินหลายคนบ่นเสียดายที่โทรเลขต้องปิดตัวลง พี่ผมบอกว่ามันเป็นอาการของคนที่กำลังจะสูญเสียของรัก

ครั้งหนึ่งผมได้มีโอกาสไปร่วมในบรรยากาศวันปิดสนามบินดอนเมืองเพื่อย้ายไปใช้สนามบินสุวรรณภูมิ บรรยากาศค่อนข้างคล้ายกัน ทุกๆคนต่างรู้สึกเสียใจและเสียดายที่ต้องอำลาสนามบินที่แสนคลาสสิคแห่งนี้ไป พนักงานสายการบินหลายๆคนถึงกันน้ำตาซึมที่ต้องย้ายไปอยู่สุวรรณภูมิ ไม่ใช่เพราะค่าแท็กซี่แพง แต่เป็นเพราะเขารู้สึกผูกพันธ์กับสนามบินดอนเมือง หลายคนเริ่มต้นอาชีพที่นี่

ความรู้สึกของผมตอนนั้นไม่ต่างกัน แม้ผมจะใช้บริการไม่บ่อย แต่ผมก็รู้สึกผูกพันธ์กับสนามบินดอนเมืองเหมือนกัน เพราะผมรู้สึกว่าถึงแม้ที่ดอนเมืองจะเล็กแต่มันก็มีเสน่ห์บางอย่างที่เงินหรือเทคโนโลยีสร้างขึ้นมาไม่ได้ เจ้าหน้าที่สามารถย้ายอุปกรณ์ต่างๆไปที่สุวรรณภูมิได้แต่ย้าย ‘บรรยากาศ’ ไปไม่ได้ แต่ถึงอย่างไรเราก็ต้องทำใจเพราะใครๆก็รู้ว่าสนามบินดอนเมืองมันเล็กเกินไปในโลกยุคปัจจุบัน เล็กในความหมายที่ว่าขนคนเข้าประเทศได้ ‘ช้า’ เกินไป

ซึ่งก็เหมือนกับวันนี้ที่โทรเลขต้องปิดตัวลงเพราะคนใช้น้อยจนไม่สามารถอยู่ได้ และสาเหตุที่คนใช้น้อยก็เพราะโทรเลข ‘ช้า’ เกินไป

และผมเชื่อว่าครั้งนี้คงไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่อะไรที่ ‘ช้าช้า’ จะจากไป เพราะในขณะที่โลกของเราหมุนเร็วเป็นลูกข่าง แต่มีหลายสิ่งยังคงอาศัยอยู่บนโลกด้วยความเร็วเท่าเดิม

ใครที่ยังไม่เคยส่งจดหมาย นั่งรถไฟ หรือทำอะไรที่มัน ‘ช้าช้า’ รีบทำนะครับ

เพราะวันสุดท้ายคนมันเยอะ : )