เมื่อสัปดาห์ก่อนผมมีโอกาสได้ไปร่วมงานอำลา 133 ปีโทรเลขไทย ที่ไปรษณีย์กลาง บางรัก บรรยากาศภายในเต็มไปด้วยผู้คนที่พากันมาส่ง ‘โทรเลข’ ซึ่งผมก็มีจุดหมายไม่ต่างกัน ผมมาส่งโทรเลขฉบับแรกของชีวิต ในวันสุดท้ายของโทรเลข และผมก็เชื่อว่าเป็นฉบับแรกๆของหลายๆคนที่มาในวันนั้น
“ถ้ามีคนมาส่งโทรเลขจำนวนมากขนาดนี้ทุกวันเราคงไม่ต้องปิดโทรเลข” เสียงจากบนเวทีเสวนาดังขึ้นขณะผมกำลังต่อแถวเพื่อส่งโทรเลข จริงอย่างที่เขาพูด ถ้ามีคนมาส่งจำนวนมากขนาดนี้โทรเลขคงไม่ต้องปิดตัวลง ดีไม่ดีอาจจะต้องมีการขยายสาขาออกไป หรืออาจจะต้องเปิดให้มีการส่งโทรเลขได้ที่เซเว่น อีเลฟเว่นทุกสาขาก็ได้ เพราะมีคนมาส่งโทรเลขกันเยอะจริงๆ
บรรยากาศแบบนี้คงไม่เกิดขึ้น ถ้าวันนี้ไม่ใช่วันสุดท้ายของโทรเลข
คนที่มาส่งก็มีทุกเพศทุกวัย บางคนส่งให้พ่อแม่ บางคนส่งให้เพื่อน บางคนส่งให้คนรัก และบางคนส่งให้ตัวเอง แต่ที่ผมชอบและประทับใจคือพ่อแม่ที่มาส่งโทรเลขอวยพรลูกๆ ผมว่าเป็นอะไรที่ดูอบอุ่นมากๆ ข้อความที่ตวัดลงบนโทรเลขนั้นเต็มไปด้วยความจริงใจและใสซื่อบวกกับเสน่ห์ของโทรเลขที่ต้องประหยัดคำ “โชคดี มีงานทำ” ยังเป็นประโยคที่ผมยังแอบอมยิ้มทุกครั้งที่คิดถึง
ผมได้ยินหลายคนบ่นเสียดายที่โทรเลขต้องปิดตัวลง พี่ผมบอกว่ามันเป็นอาการของคนที่กำลังจะสูญเสียของรัก
ครั้งหนึ่งผมได้มีโอกาสไปร่วมในบรรยากาศวันปิดสนามบินดอนเมืองเพื่อย้ายไปใช้สนามบินสุวรรณภูมิ บรรยากาศค่อนข้างคล้ายกัน ทุกๆคนต่างรู้สึกเสียใจและเสียดายที่ต้องอำลาสนามบินที่แสนคลาสสิคแห่งนี้ไป พนักงานสายการบินหลายๆคนถึงกันน้ำตาซึมที่ต้องย้ายไปอยู่สุวรรณภูมิ ไม่ใช่เพราะค่าแท็กซี่แพง แต่เป็นเพราะเขารู้สึกผูกพันธ์กับสนามบินดอนเมือง หลายคนเริ่มต้นอาชีพที่นี่
ความรู้สึกของผมตอนนั้นไม่ต่างกัน แม้ผมจะใช้บริการไม่บ่อย แต่ผมก็รู้สึกผูกพันธ์กับสนามบินดอนเมืองเหมือนกัน เพราะผมรู้สึกว่าถึงแม้ที่ดอนเมืองจะเล็กแต่มันก็มีเสน่ห์บางอย่างที่เงินหรือเทคโนโลยีสร้างขึ้นมาไม่ได้ เจ้าหน้าที่สามารถย้ายอุปกรณ์ต่างๆไปที่สุวรรณภูมิได้แต่ย้าย ‘บรรยากาศ’ ไปไม่ได้ แต่ถึงอย่างไรเราก็ต้องทำใจเพราะใครๆก็รู้ว่าสนามบินดอนเมืองมันเล็กเกินไปในโลกยุคปัจจุบัน เล็กในความหมายที่ว่าขนคนเข้าประเทศได้ ‘ช้า’ เกินไป
ซึ่งก็เหมือนกับวันนี้ที่โทรเลขต้องปิดตัวลงเพราะคนใช้น้อยจนไม่สามารถอยู่ได้ และสาเหตุที่คนใช้น้อยก็เพราะโทรเลข ‘ช้า’ เกินไป
และผมเชื่อว่าครั้งนี้คงไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่อะไรที่ ‘ช้าช้า’ จะจากไป เพราะในขณะที่โลกของเราหมุนเร็วเป็นลูกข่าง แต่มีหลายสิ่งยังคงอาศัยอยู่บนโลกด้วยความเร็วเท่าเดิม
ใครที่ยังไม่เคยส่งจดหมาย นั่งรถไฟ หรือทำอะไรที่มัน ‘ช้าช้า’ รีบทำนะครับ
เพราะวันสุดท้ายคนมันเยอะ : )