Archive for มกราคม, 2009

ตอบแทนให้สะสม

ปรุงเมื่อ 15 / 01 / 09

ช่วงนี้คนที่รู้จักหลายๆ คน กำลังสนุกไปกับการสะสมแสตมป์เงินแสตมป์ทองของเซเว่นฯ หลายคนถึงกับหาเรื่องเสียตังค์ที่เซเว่นฯ เพื่อที่จะได้มาซึ่งแสตมป์ที่ใฝ่ฝัน

วันก่อนเห็นคนหยิบสมุดสะสมแสตมป์ของเซเว่นฯ ออกมากาง ผมแอบดู เห็นว่าสมุดของเขาใกล้ครบแล้ว ใจจริงแล้วอยากเอาแสตมป์เงินที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงให้เขาไปเหลือเกิน แต่ไม่ได้หรอก เพราะผมมีคนที่อยากเอาแสตมป์ไปให้แล้ว

เท่าที่สังเกตหลายคนมีเป้าหมายอยู่ที่ ‘เก้าอี้โดเรมอน’ –เขาว่ามันน่ารัก

นึกย้อนไปตอนที่ผมเด็กๆ (ไม่นานนักหรอกครับ) ตอนนั้นผมและเพื่อนๆ ก็เคยอยู่ในอารมณ์เดียวกันนี้ แต่ผมว่าตอนนั้นมันสนุกกว่านี้อีก ตอนนั้นพวกเราสะสม ‘สติ๊กเกอร์ดราก้อนบอล’

แถมรางวัลก็ท้าทายกว่า ‘เก้าอี้โดเรมอน’ มาก ตอนนั้นเป้าหมายสูงสุดของผมอยู่ที่เครื่องเล่นเกมส์ play staytion

แต่เอาเข้าจริง ทั้งผมและเพื่อนไม่มีใครได้เลยสักคนเดียว

บางคนขาด ‘ตาของเบจิต้า’  ขาด ‘ขาของโกฮัง’  ขาด ‘เท้าของคูลิลิน’

ผมจำไม่ได้ว่าช่วงนั้นขาดอะไร แต่จำได้อย่างหนึ่งว่าช่วงนั้นผมไม่ขาด ‘เพื่อน’ เลย

พักกลางวันหรือเลิกเรียนเมื่อไหร่เป็นต้องเอาสมุดที่สะสมมากางดูกันว่าใครขาดใบไหน บางคนก็เอาไพ่ที่ตัวเองมีแต่เพื่อนไม่มีมาแลกกัน–ต่างคนต่างเติมในสิ่งที่อีกคนขาด

บางคนซ้ำเยอะๆ เข้าก็เอามาเขี่ยกินกันบ้าง ฉุบกินกันบ้าง หรือจะเล่นอะไรก็แล้วแต่ที่ความคิดสร้างสรรค์ในช่วงนั้นจะพาไป

สุดท้ายพอแยกย้ายจากเพื่อน เราก็เอาสติ๊กเกอร์ที่ได้มา มาติดในสมุดสะสมของเรา

ตอนนั้นผมรู้สึกสนุกไปกับการสะสมแม้ว่าจะสะสมได้ไม่ครบก็ตาม

ผมว่าความสนุกมันไม่ได้อยู่ตรงที่เราสะสมได้ ‘ครบ’ สิครับ

ความสนุกจริงๆ ผมว่ามันอยู่ตอนที่เราได้แลกใบที่เรายังไม่มีกับเพื่อน

สนุกตอนที่เรา ฉุบกินกับเพื่อน

สนุกตอนที่เอาสติ๊กเกอร์ที่เพื่อนยังไม่มีไปให้เขา

และสนุกตอนที่เพื่อนเอาใบที่เราไม่มีมาให้เราบ้าง

ผมว่ามันสนุกตรงนี้แหละครับ

เหมือนกับวันนี้ ที่ผมเห็นหลายๆ คนสนุกกับการสะสมสติ๊กเกอร์โดเรมอนเพื่อที่จะแลกเก้าอี้ เอาเข้าจริงคนที่สะสมเขาก็มีเงินมากพอที่จะซื้อเก้าอี้โดเรมอนได้อย่างสบายๆ

หรือจะซื้อเก้าอี้ที่นั่งแล้วนุ่มก้นกว่านี้มานั่งก็ย่อมได้

แต่อย่างที่บอกแหละครับ ความสนุกมันอยู่ตอน ‘สะสม’ ต่างหาก

ไม่ใช่ตอนนั่ง

คนที่ต้องช่วย

ปรุงเมื่อ 06 / 01 / 09

ปีใหม่ผ่านมาหลายวันแล้วชีวิตเปลี่ยนแปลงไปกันบ้างไหม

แต่ผมว่ามีชีวิตคนบางคนคงเปลี่ยนไปแน่ๆ และเปลี่ยนไปแล้ว เหตุการณ์ไฟไหม้ที่ซานติก้าผับไม่ได้เพียงคร่าชีวิตคนบางคนไป แต่ผมว่ามันยังฆ่าชีวิตคนบางคน–ทั้งเป็น

ผมหมายถึงผู้ที่สูญเสียคนที่ตนรักไปจากเหตุการณ์นี้

หลายคนสูญสียจนเสียศูนย์

บางคนถึงกับบอกว่าการตายพร้อมคนรักยังดีกว่าที่จะรอดมาเพียงคนเดียว เพื่อนของพี่ที่ออฟฟิศอะเดย์คนหนึ่งเสียชีวิตในกองเพลิงพร้อมแฟนสาว ที่สำคัญ…สองคนนี้กำลังจะแต่งงานกันในอนาคตอันใกล้

ผมนึกสงสัยว่าถ้าคนใดคนหนึ่งรอดมาเขาจะใช้ชีวิตอย่างไร

ผมเชื่อว่าเขาคงมีชีวิตต่อไปได้อยู่แล้วแหละ แต่ผมไม่แน่ใจว่าเขาจะอยากมีชีวิตอยู่ต่อไปหรือไม่

อีกเรื่องที่ผมได้ยินมาเป็นเรื่องของชายคนหนึ่งที่บุกเข้าไปในผับขณะไฟกำลังลุกโชนเพื่อหวังจะช่วยภรรยาของเขา โดยไม่รู้ว่าภรรยาของเขาออกมาภายนอกแล้ว สุดท้ายผู้ชายคนนั้นก็เสียชีวิตอยู่ในกองเพลิงนั้น ชายคนนั้นเป็นน้าของพี่ที่ออฟฟิศอีกคน

พี่เขาเล่าให้ฟังว่าปกติภรรยาของน้ามักจะตัดพ้อว่า “สามีไม่ค่อยรัก”

…..

ได้ฟังเรื่องนี้แล้วรู้สึกเหมือนมีอะไรมาจุกที่อก

สงสัยเหมือนกันไหมว่าหากเราติดอยู่ในนั้น ท่ามกลางไฟที่กำลังลุกไหม้ จะมีใครสักคนไหมที่พร้อมจะบุกเข้าไปช่วยเรา

อาจไม่มี หรือ มี

หรือหากใครมีมากกว่าหนึ่งผมว่าเป็นเรื่องที่น่าชื่นใจ

แต่ทั้งมีและไม่มีล้วนบ่งบอกอะไรบางอย่าง

การที่คนๆ นึงบุกเข้าไปช่วยชีวิตคนอีกคนนึง นั่นหมายความว่า ชีวิตของคนๆ นั้นมีค่ามากพอๆ กับชีวิตเขา หรืออาจจะมีค่ามากกว่าชีวิตของเขาเอง

ปกติตามสัญชาตญาณของมุนษย์เราคือการ ‘เอาตัวรอด’

แต่การยอมเสี่ยงตายเพื่อใครบางคนอาจจะดูสวนทางกับสัญชาตญาณของมนุษย์

หรือว่า บางทีการบุกเข้าไปช่วยคนที่เรารักก็เป็นสัญชาตญาณของมนุษย์ในการ ‘เอาตัวรอด’ เช่นกัน ผมหมายถึงคนที่ยอมเสี่ยงชีวิตเขาคงรู้ว่าถ้าขาดคนๆ นั้นไป…เขาคงอยู่ไม่รอด

ตอนนี้ผมกลับมานั่งย้อนมองดูตัวเอง แล้วคิดอะไรบางอย่าง

ไม่ใช่ว่าคิดว่าจะมีใครมาช่วยผมหรือเปล่า

ผมเพียงแต่คิดว่าผมมีคนที่ ‘ต้องช่วย’ แล้วหรือยัง เท่านั้นเอง

ลิฟท์

ปรุงเมื่อ 03 / 01 / 09

ชอบเดินห้างไหมครับ?

วันนี้ผมเพิ่งไปเดินห้างมา ถ้าห้างนั้นเป็นสยามพารากอนหรือเซ็นทรัลเวิลด์คงไม่แปลกอะไร แต่วันนี้ผมไป ‘พาต้า(ปิ่นเกล้า)’ มาครับ

ถ้าใครเคยไปห้างนี้มาคงรู้สึกเหมือนกัน

ไปห้างมาก็หลายห้างแต่ไม่เคยเจอห้างไหนบรรยากาศเป็นแบบนี้มาก่อน ห้างแบบที่ต่อให้เรามีเงินก็ไม่อยากได้อะไร ห้างนี้เป็นแบบนี้แหละครับ ผมแทบไม่เคยเสียเงินให้กับห้างนี้เลยถ้าไม่นับซุปเปอร์มาเก็ตชั้นล่างสุด

‘คนน้อย’ น่าจะเป็นคำอธิบายให้เห็นภาพของห้างนี้ ยิ่งในบริเวณใกล้เคียงมีห้างยอดนิยมอย่างเซ็นทรัลปิ่นเกล้าด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ห้างนี้คนน้อยลงไปอีก แต่ก็แปลก ทำไมห้างนี้ถึงอยู่ยงคงกระพันธ์ ราวกับไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับจำนวนคนที่มาจับจ่าย

แต่ผมเคยได้ยินกิตติศัพท์ของห้างนี้มาว่าครั้งหนึ่งเคยฮอตฮิตติดลมบนคนเนืองแน่น เนื่องจากมีตัวชูโรงคือ ‘ลิฟท์แก้ว’ ตัวแรกของเมืองไทย ถึงขนาดที่มีคนมาต่อคิวกันขึ้นลิฟท์เลยทีเดียว

แต่วันนี้ผมนึกภาพวันนั้นไม่ออกจริงๆ เพราะภาพข้างหน้าผมวันนี้อย่าว่าแต่ต่อคิวเลยครับ แค่ขึ้นลิฟท์ผมยังกล้าๆ กลัวๆ

ความเสียวในการเล่นกับลิฟท์ตัวนี้น่าจะอยู่ในระดับเดียวกับเล่นบันจี้จัมพ์ที่พัทยา…หรือไม่ก็ใกล้เคียง

ใช่ครับ ลิฟท์ตัวนี้มัน ‘เก่า’ มากแล้ว

มองดูดีๆ เหมือนลิฟท์ตัวนี้มันกำลังจะบอกอะไร ครั้งหนึ่งมันเคยได้รับความสนใจในระดับน้องๆ ซุปเปอร์สตาร์ มีคนมาต่อคิวอยากทำความรู้จักสนิทสนม แล้ววันนี้เป็นไงครับ เขาไปขึ้นลิฟท์ที่ห้างใหม่ๆ หรูๆ กันหมดแล้ว

เราก็คงไม่ต่าง ในวันที่มีชื่อเสียง หรือมีผู้คนมาห้อมล้อมดอมดม ก็อย่านึกได้ใจไปว่าสิ่งเหล่านี้จะอยู่กับเราไปตลอด

ผมว่า ‘ชื่อเสียง’ ถ้าเราไม่รู้จักดูแลรักษา มันเก่าเร็วกว่าลิฟท์อีกนะครับ