ปีใหม่ผ่านมาหลายวันแล้วชีวิตเปลี่ยนแปลงไปกันบ้างไหม
แต่ผมว่ามีชีวิตคนบางคนคงเปลี่ยนไปแน่ๆ และเปลี่ยนไปแล้ว เหตุการณ์ไฟไหม้ที่ซานติก้าผับไม่ได้เพียงคร่าชีวิตคนบางคนไป แต่ผมว่ามันยังฆ่าชีวิตคนบางคน–ทั้งเป็น
ผมหมายถึงผู้ที่สูญเสียคนที่ตนรักไปจากเหตุการณ์นี้
หลายคนสูญสียจนเสียศูนย์
บางคนถึงกับบอกว่าการตายพร้อมคนรักยังดีกว่าที่จะรอดมาเพียงคนเดียว เพื่อนของพี่ที่ออฟฟิศอะเดย์คนหนึ่งเสียชีวิตในกองเพลิงพร้อมแฟนสาว ที่สำคัญ…สองคนนี้กำลังจะแต่งงานกันในอนาคตอันใกล้
ผมนึกสงสัยว่าถ้าคนใดคนหนึ่งรอดมาเขาจะใช้ชีวิตอย่างไร
ผมเชื่อว่าเขาคงมีชีวิตต่อไปได้อยู่แล้วแหละ แต่ผมไม่แน่ใจว่าเขาจะอยากมีชีวิตอยู่ต่อไปหรือไม่
อีกเรื่องที่ผมได้ยินมาเป็นเรื่องของชายคนหนึ่งที่บุกเข้าไปในผับขณะไฟกำลังลุกโชนเพื่อหวังจะช่วยภรรยาของเขา โดยไม่รู้ว่าภรรยาของเขาออกมาภายนอกแล้ว สุดท้ายผู้ชายคนนั้นก็เสียชีวิตอยู่ในกองเพลิงนั้น ชายคนนั้นเป็นน้าของพี่ที่ออฟฟิศอีกคน
พี่เขาเล่าให้ฟังว่าปกติภรรยาของน้ามักจะตัดพ้อว่า “สามีไม่ค่อยรัก”
…..
ได้ฟังเรื่องนี้แล้วรู้สึกเหมือนมีอะไรมาจุกที่อก
สงสัยเหมือนกันไหมว่าหากเราติดอยู่ในนั้น ท่ามกลางไฟที่กำลังลุกไหม้ จะมีใครสักคนไหมที่พร้อมจะบุกเข้าไปช่วยเรา
อาจไม่มี หรือ มี
หรือหากใครมีมากกว่าหนึ่งผมว่าเป็นเรื่องที่น่าชื่นใจ
แต่ทั้งมีและไม่มีล้วนบ่งบอกอะไรบางอย่าง
การที่คนๆ นึงบุกเข้าไปช่วยชีวิตคนอีกคนนึง นั่นหมายความว่า ชีวิตของคนๆ นั้นมีค่ามากพอๆ กับชีวิตเขา หรืออาจจะมีค่ามากกว่าชีวิตของเขาเอง
ปกติตามสัญชาตญาณของมุนษย์เราคือการ ‘เอาตัวรอด’
แต่การยอมเสี่ยงตายเพื่อใครบางคนอาจจะดูสวนทางกับสัญชาตญาณของมนุษย์
หรือว่า บางทีการบุกเข้าไปช่วยคนที่เรารักก็เป็นสัญชาตญาณของมนุษย์ในการ ‘เอาตัวรอด’ เช่นกัน ผมหมายถึงคนที่ยอมเสี่ยงชีวิตเขาคงรู้ว่าถ้าขาดคนๆ นั้นไป…เขาคงอยู่ไม่รอด
ตอนนี้ผมกลับมานั่งย้อนมองดูตัวเอง แล้วคิดอะไรบางอย่าง
ไม่ใช่ว่าคิดว่าจะมีใครมาช่วยผมหรือเปล่า
ผมเพียงแต่คิดว่าผมมีคนที่ ‘ต้องช่วย’ แล้วหรือยัง เท่านั้นเอง