กรุสำหรับ 'ball'หมวดหมู่

.โทษ

ปรุงเมื่อ 02 / 03 / 09

เมื่อคืนได้มีโอกาสนั่งดูบอลนัดชิงลีก คัพ
แต่ไม่ได้ดูโดยตลอดหรอกครับ เพราะออกไปเตะบอล กลับมาก็ช่วงท้ายเกมแล้ว
โชคดีที่ยังไม่มีใครยิงใครเพราะอย่างน้อยผมก็ไม่พลาดชมการยิงประตูอย่างแน่นอน

แต่แม้ไม่ใช่ปืน ผมก็ไม่อยากให้มีใครยิง
เพราะผมอยากดูจุดโทษ

ผมว่าจุดโทษมันมีเสน่ห์
มันอยู่ระหว่างคำว่า ‘ความหวัง’ กับคำว่า ‘ปลง’
ตอนกำลังจะยิงผมโคตรมีความหวังเลย – หวังว่าทีมที่เราเอาใจช่วยมันจะยิงเข้า
แต่อีกใจหนึ่งก็ปลง แพ้ก็ช่างมัน ลูกโทษไม่มีอะไรแน่นอนอยู่แล้ว

บางทีผมเผลอรู้สึกไปด้วยว่าชีวิตเราในแต่ละวัน มันเหมือนว่าเรากำลังซัดจุดโทษเลย
ตื่นมาออกจากบ้าน ก็เหมือนเรากำลังเดินออกจากวงกลมกลางสนามเพื่อไปยิง
จะเจออะไรบ้างก็ไม่รู้

ผู้รักษาประตูมันก็เหมือนอุปสรรคแหละ
บางอุปสรรคพยายามอย่างไรก็มองไม่เห็นทางออก
เหมือนกับเจอโกลบางคนที่มันโคตรเหนียว
ทางบอลดี เรายิงซ้ายมันพุ่งซ้าย เรายิงขวามันพุ่งขวา
ยิงตรงกลางมันกลับไม่พุ่ง

บางทียิงไม่เข้าบ่อยๆ ก็ทำเอาเราท้อ
บางครั้งถึงกับทำเอาเราถอย
หลายคนไม่กล้ายิงจุดโทษ

คนรอบข้างเราก็เหมือนไอ้พวกที่ยืนอยู่กลางสนาม
มีทั้งพร้อมจะกระโดดเมื่อเรายิงเข้า และพร้อมกระทืบเราเมื่อยิงออก

แต่การยิงจุดโทษมันดีอย่าง
หลังจากยิงเสร็จ เราจะแยกออกทันทีว่าใครเป็นพวกเรา
ถ้าเป็นผม ผมอยากหันหลังวิ่งสุดฝีตีนเข้าไปกอดคนที่เอาใจช่วยผม ทันทีที่ผมยิงเข้า

แล้วถ้าผมยิงไม่เข้าล่ะ อะไรจะเกิดขึ้น
โกลฝ่ายนั้นอาจจะเหนียว เหมือนอุปสรรคที่หนักหนา
ผมอาจจะยิงออกไปเอง ด้วยความที่ไม่มั่นใจในสิ่งที่ทำ
หรือผมอาจจะสะดุดล้มตอนยิง ด้วยความซวย

แต่ถึงอย่างไรภาพที่วงกลมกลางสนาม ย่อมมีใครบางคนที่กำลังวิ่งมาหาเรา
มาปลอบเรา มากอดเรา
บ้างมาลูบหลังเรา ทั้งที่ยังไม่ได้ตบหัว
บางคนยื่นมือมาดึงเราให้ยืนขึ้น
รอการยิงจุดโทษ ในนัดหน้า

เป็นความจริง
ยังมีนัดหน้าให้เรายิงอีก
และมีนัดหน้าอีก
และก็นัดหน้าอีก
ไปเรื่อยๆ
เหมือนพรุ่งนี้
เรายังมีพรุ่งนี้ พรุ่งนี้ และพรุ่งนี้
อยู่ที่ว่าเรากล้าจะเดินออกมายิงหรือเปล่า เท่านั้นเอง

อย่างที่บอกในย่อหน้าแรก เมื่อคืนผมไปเตะบอลมา
และจากประสบการณ์ที่เพิ่งยิงครบหนึ่งร้อยประตูในชีวิตเมื่อคืนนี้
ผมพบเทคนิคบางอย่างในการยิงจุดโทษ
เห็นว่าติดตามผลงานกันมา เลยจะบอกเทคนิคให้
“ไม่ว่าโกลมันจะเหนียวแค่ไหน ยิงให้เต็มแรงไว้ก่อน แม้มันจะพุ่งถูกทาง มันก็พุ่งไม่ทันหรอกครับ”

ปาฏิหาริย์

ปรุงเมื่อ 23 / 05 / 08

1.
“จอห์น เทอร์รี่” กัปตันทีมเชลซีกำลังจะยิงจุดโทษ ถ้าเขายิงเข้าเชลซีคว้าแชมป์สโมสรยุโรปทันที แฟนๆปีศาจแดงหลายคนแทบไม่อยากดูและคิดว่า “แมนฯ ยูไนเต็ด” แพ้แน่

2.
ในชีวิตของคนทุกคนจะต้องเจอกับช่วงเวลาอันยากลำบาก หลายๆครั้งเรายังนึกภาพไม่ออกว่าเราจะผ่านมันไปได้อย่างไร แต่ผมเชื่อว่าสิ่งสำคัญที่เราไม่ควรจะละทิ้งก็คือ “ความหวัง”

หลายคนพากัน “หมดหวัง” เพราะ “ผิดหวัง” แต่ผมเชื่ออยู่อย่างว่าตราบใดที่เรายังไม่หมดหวังและพยายามต่อไป จะมีใครบางคนที่อยู่ข้างบนมอบบางสิ่งให้กับเรา สิ่งที่เรียกว่า “ปาฏิหาริย์”

มีเรื่องราวของเด็กชายคนหนึ่งมาเล่าให้ฟัง แม่ของเขาเป็นมะเร็งปากมดลูกขั้นสุดท้าย หมอเรียกเขาไปพบพร้อมกับบอกว่าแม่ของเขาคงอยู่ได้อีกไม่กี่วัน คำวินิจฉัยของหมอไม่ใช่การคาดเดาแต่อย่างใด มันเป็นสิ่งที่เห็นๆกันอยู่ เพราะอาการของแม่ของเขาทรุดมากในวันนี้

เขาได้แต่ทำใจแม้มันจะเป็นสิ่งที่ยากที่สุดก็ตาม ญาติๆทุกคนมารวมตัวกันที่โรงพยาบาล หวังที่จะมาอยู่กับเขาในวินาทีสุดท้ายของแม่ ทุกคนเห็นสภาพก็ได้แต่ทำใจ อย่าว่าแต่พูดเลย แม้แต่หายใจก็ยังต้องใช้เครื่องช่วย แต่จนแล้วจนรอดแม่เขาก็ยังไม่ยอมหยุดหายใจเสียที จนผ่านคืน ผ่านวัน แล้วสิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น แม่ของเขามีสีหน้าดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สามารถหายใจได้เอง หลังจากนั้นก็สามารถพูดได้ ญาติๆทุกคนถึงกับประหลาดใจ

และสุดท้ายเด็กคนนั้นก็พาแม่กลับไปอยู่บ้าน ได้ไปกินของอร่อยกับแม่ ได้ไปเที่ยวกับแม่ และแม่ก็อยู่กับเขาได้อีกปีกว่า

ไม่ได้บอกให้ใครไปเพ้อฝันรอ”ปาฏิหาริย์” แต่ถ้าเรายังคงพยายามสู้ต่อไปและไม่หมดหวัง ผมเชื่อว่ามันมีจริง

1.
เทอร์รี่ วิ่งเข้าหาบอลอย่างมั่นใจ บอลออกจากเท้าพุ่งไปทางขวามือของประตู ในขณะที่ผู้รักษาประตูพุ่งไปทางซ้าย

แต่ใครจะเชื่อครับว่าบอลหลุดกรอบ